การเดินทางของ เวลา และ จังหวะชีวิต ที่หักเห ทำให้ผมมาเจอกับเว็บไดอารี่แห่งนี้ และได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่น่ารักหลายคน ถึงตอนนี้ก็อยากบอกเพื่อนทุกคนว่า... ขอบคุณสำหรับคำปลอบ ขอบคุณสำหรับกำลังใจ ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ทุกอย่างที่มอบให้กับผม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผมอ่อนแอสุดๆ ถึงแม้วันนี้จะยังไม่แข็งแกร่งเหมือนอดีต แต่อย่างน้อยก็ไม่อ่อนแอเหมือนที่ผ่านมา ..
ตลอด 4 เดือนมานี้ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะความโหดร้ายของหัวใจคน เช่นเดียวกับ 5 ปีที่ผ่านมา ได้เรียนรู้ว่า อย่า เชื่อใจ ใครมากเกินไป เพราะคุณอาจจะเหลือเพียงแค่ตัวเปล่ากลับมา
เรียนรู้วันนี้ยังไม่สาย และไม่สายที่จะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ
อนาคตยังมีเรื่องดีๆ รอเราอยู่อีกเยอะ อยู่ที่ว่าจังหวะชีวิตจะพาเราไปเจอมันเมื่อไร ???
ผมเคยบอกไว้ว่าจะปิดไดอารี่ในเร็วๆ นี้ ..ตอนนี้คิดว่าถึงเวลานั้นแล้ว หลายคนบอกว่า การจากลาเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครหนีมันพ้น อยู่ที่ว่ามันเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว !
บังเอิญมาก พอดีผมเข้า hi5 ของน้องคนนึง เขาเขียนเรื่องการจากลา และรู้สึกว่ามันโดนสุดๆ เลยขอก๊อปมาแปะในไดอารี่หน้าสุดท้ายนี้...
ระหว่างรู้ล่วงหน้าว่าใครบางคนต้องจากไป
กับ ใครบางคนจากไปโดยที่เราไม่รู้ มันต่างกันตรงไหน
แท้จริงแล้วไม่ว่าจะรู้หรือไม่ คนๆ นั้นก็ต้องจากไปอยู่ดี
ไม่ว่าการจากลาจะเป็นเรื่องชั่วคราว หรือถาวร
สิ่งที่ต่างกันก็คือ หากเรารู้ล่วงหน้าว่าใครบางคนต้องจากไป
คงมีเวลาร่ำลา ทำใจ หรือมีเวลาทำอะไรก็ตาม ให้การจากลาเป็นไปด้วยดี
แต่หากการจากลานั้นเกิดขึ้น อย่างที่เราไม่รู้ตัวว่าเกิดขึ้นตอนไหน
ก็คงไม่ได้กล่าวคำร่ำลา ทำใจ
ยิ่งก่อนการจากลา มีเรื่องค้างคาใจกับใครคนนั้นคงไม่ดีแน่
เพราะถ้าเขาจากไป สิ่งที่ติดอยู่ในใจของเราก็คงมีแต่ คำว่า ทำไม
แน่นอนว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แต่บางครั้งก็ยากแก่การทำใจ
คงมีเพียงเวลาเท่านั้น ที่จะช่วยเยียวยาให้คำถามของการจากลาจางหายไปจากใจ
และคำถามในใจคงจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อใครคนนั้นมีโอกาสกลับมา
ยังไงก็ตามแต่ ตอนนี้คงบอกใครบางคนได้แค่ คำว่า ลาก่อนนะ แล้วพบกันใหม่