ของขวัญวันเกิด
อยากกลับบ้าน!
สายรุ้ง ณ เมล์เบิร์น!
'ระยะทาง' กับ 'ความคิดถึง'
'เวลา' กับ 'ความผูกพันธ์'
อีกหนึ่ง 'มุม' ของความรัก!
ความเหงา... ที่อบอุ่น!
ขอบคุณฟ้า!
7 สิงหาคม 09 ช่วงเวลาน่าจดจำ
เดิมพันด้วยทั้งหมดของหัวใจ!
ของขวัญจากฟ้า…2
ของขวัญจากฟ้า…
เป้าหมายชัดเจน.. ตามคืนอีกครึ่งหนึ่งของชีวิต!
การเดินทางของเวลา กับหนึ่งปีในเมล์เบิร์น!
บ๊ายบายย.. ชาวไดอารี่
งานเลี้ยงขับไล่ที่อัมพวา
ใกล้ถึงเวลาแล้ว!
หายป่วยก็ซ่าเลย...(คิดถึงนะ)
ป่วยอีกแล้ว... เซ็งโว้ยยย!
ทำไมเวลา…ถึงไม่รักษาแผลใจ???
พาเพื่อนช็อปปิ้ง!
ไหว้องค์พระราหู..สมใจแล้ว
อยากบอกให้รู้ว่า “เจ้าโง่” คนนี้คิดถึงจัง!
แบบนี้เรียกดวงไม่ดีรึเปล่า?
อิ่มบุญ!
1เม.ย.ดีเดย์ ..ปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงชีวิต!
เกลียดวันวาเลนไทน์!
ไม่ใช่เพราะเหงา.. แต่เป็นเพราะรัก!
ทริปเขาใหญ่-ไร่ทองสมบูรณ์
เพื่อสนิทจากอังกฤษ
ตาบอดสี ..เอาจริงดิ!
คำแนะนำสำหรับผู้ไปงานแต่งงาน...
มังกร.. จอมแสบ!
2เดือนแล้ว!
โชกุน.. เจ้าหมูอ้วน!
คำเตือนของคนอกหัก! (เล่าจากประสบการณ์จริง)
ถูกล๊อตเตอรี่&เคลียดมากไปหน่อย
ยิ้มไว้พวก..
ความเหงาจู่โจม!




ทำไมเวลา…ถึงไม่รักษาแผลใจ???

 

 

ในค่ำคืนที่มืดมิด ปราศจากแสงดาวไว้เป็นจุดพักสายตายามเหม่อลอย  ชายหนุ่มได้แต่เฝ้ามองไฟริมถนนที่ส่องแสงอย่างริบหรี่ ..แสงจากหลอดไฟริมถนนที่ส่องลงมานั้น พล่ามัวสลัวไม่ต่างไปจากสภาพจิตใจอันหดหู่ของชายหนุ่มผู้นั้น

 

ช่วงเวลาตี 3 ใกล้ย่ำรุ่งของเช้าวันใหม่ ถนนเส้นที่ชายหนุ่มนั่งเหม่ลอยมองดูแสงไฟอยู่ริมทาง  นานครั้ง จึงมีรถวิ่งผ่านมาซักคัน  การมาของรถยนต์แต่ละคัน เหมือนเป็นการฉุดรั้งชายหนุ่มให้ตื่นจากภวังค์ห้วงความคิด เป็นการเตือนสติชายหนุ่มให้รู้ตัวเองว่า ยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ โลกแห่งความเป็นจริงอันปวดร้าว..

 

ทันทีที่รถยนต์วิ่งผ่านไป ชายหนุ่มปล่อยจิตใจให้เหม่อลอยอีกครั้ง นั่งเฝ้ามองแสงอันสลัวบนถนนเส้นที่ปราศจากผู้คน ลึกลงไปในห้วงจิตใจของชายหนุ่ม ..ชายหนุ่มได้แต่เฝ้าคิดถึงอดีตอันหอมหวน กับช่วงเวลาอันแสนสุข ที่ได้ใช้ชีวิตคู่อยู่กับหญิงสาวอันเป็นที่รัก 

 

...จึงไม่แปลกที่การมาของรถยนต์แต่ละคัน จะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน เพราะต้องตื่นจากภวังค์ มารับรู้ความจริงว่า วันนี้ไม่มีหญิงสาวคนนั้นเดินเคียวข้างอีกต่อไปแล้วในชีวิต

 

มีคนบอกกับชายหนุ่มว่า เวลาจะเป็นเครื่องรักษาแผลใจ เวลาจะเป็นเครื่องเยียวยาหัวใจ  แต่ทำไมชายหนุ่มกลับคิดว่า เวลาที่ผ่านชีวิตเขาไป กลับทำให้เขาคิดถึงหญิงสาวอันเป็นที่รักมากยิ่งขึ้น มากจนรู้สึกว่าชายหนุ่มจะทนกับมันต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว...

 

หลายเดือนมานี้ ชายหนุ่มใช้ชีวิตเหมือนหายใจทิ้งไปวันๆ มีบางเวลาเท่านั้นที่ดูเหมือนว่า ชายหนุ่มจะควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ แต่แล้วในที่สุดสถานการณ์ก็ย้อนกลับมาควบคุมชายหนุ่มไว้เหมือนเดิม  ..ชายหนุ่มได้แต่เฝ้าโทษตัวเองว่า ตัวเองอ่อนแอเกินไป

 

ทุกครั้งที่สถานการณ์ควบคุมตัวชายหนุ่มไว้ ชายหนุ่มมักนึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขในอดีต ชายหนุ่มจำได้ว่าตอนที่เขาคบอยู่กับหญิงสาวคนนั้น กราฟชีวิตของเขาพุ่งเป็นเส้นตรงมาก พุ่งสูงตรงจนน่ากลัว ชายหนุ่มยังเคยหวั่นไหวว่า กราฟที่พุ่งขึ้นมาสูงนั้น อนาคตมันจะหักหัวลงไปรึไม่ 

 

ชายหนุ่มหยุดความคิดไว้เพียงเท่านั้น  เพราะคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้  ช่วงเวลานั้นชายหนุ่มเชื่อว่าหญิงสาวรักเขาจนหมดหัวใจ และตัวชายหนุ่มเองก็ไม่เผื่อที่นั่งไว้สำหรับใครในหัวใจเขา  ตลอดเวลาทั้งคู่จึงไม่เคยมีปัญหาเรื่องการหึงหวงซึ่งกันและกัน

 

...ชายหนุ่มจำได้ว่า ทุกครั้งที่หญิงสาวไปไหนมาไหน จะมีข้าวของติดไม้ติดมือมาฝากชายหนุ่มทุกครั้ง ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่อย่างน้อยก็เป็นการตอกย้ำถึงความเอาใจใส่ที่หญิงสาวมีให้กับชายหนุ่ม 

 

ส่วนตัวชายหนุ่มเองออกจะเป็นคนห่ามๆ ซื้อข้าวของเครื่องใช้กับใครเขาไม่เป็น การซื้อของฝากหญิงสาวจึงเป็นเรื่องผิดวิสัยของตัวชายหนุ่มอย่างมาก แต่อย่างน้อยทุกครั้งที่ชายหนุ่มรู้ว่าหญิงสาวต้องการอะไร อยากได้อะไร  ชายหนุ่มเป็นต้องดิ้นรนหามาเพื่อเธอจนได้

 

ชายหนุ่มคิดเสมอว่า หญิงสาวคนนี้คือคนสุดท้ายในชีวิตของเขา และเป็นคนที่จะจูงมือเดินไปด้วยกันตลอดเส้นทางที่เหลืออยู่ในชีวิต  และด้วยความมั่นใจว่าหญิงสาวคงไม่ไปไหนแล้ว จากมือที่เคยเกาะกุมไว้จนแน่น ก็เริ่มคลายลง จนกระทั่งชายหนุ่มเผลอปล่อยมือจากหญิงสาว  ..หญิงสาวต้องคอยเดินตามชายหนุ่ม

 

...แล้ววันหนึ่ง เมื่อหญิงสาวเริ่มทนไม่ไหวกับการเดินตามหลังชายหนุ่ม ประกอบกับเริ่มเห็นถนนเส้นข้างๆ ซึ่งมีชายหนุ่มอีกคนโบกมือเรียกหวังให้หญิงสาวเข้าไปเดินร่วมทางด้วย  เส้นทางที่หญิงสาวเดินจึงค่อยๆ เบี่ยงออกไปตามแรงเชิญของชายหนุ่มผู้นั้น ส่วนชายหนุ่มที่เผลอปล่อยมือเธอไปยังไม่เอะใจ อาจด้วยเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ..

 

แต่แล้วชายหนุ่มผู้นั้นก็นึกขึ้นได้ว่า เขาปล่อยมือเธอไว้นานเกินไปแล้ว ชายหนุ่มจึงหันกลับไปหวังจะเหนี่ยวมือของหญิงสาวขึ้นมาเกาะกุมจูงมือกันเดินต่อไปเหมือนเดิม แต่แล้วก็ต้องพบกับความผิดหวังครั้งใหญ่สุดในชีวิต ใหญ่ เกินกว่าที่หัวใจของชายหนุ่มจะแบกรับไหว 

 

 ..ชายหนุ่มไม่เห็นหญิงสาวอันเป็นที่รักแล้ว  หญิงสาวไปไหน เธอหายไปไหน  ..เธอเดินออกจากชีวิตของชายหนุ่มไปโดยที่เขาไม่รู้ตัวอย่างนั้นหรือ???

 

ชายหนุ่มได้แต่วิ่งย้อนกลับไปบนถนนเส้นที่เคยเดินมาด้วยกัน หวังในใจลึกๆ ว่า หญิงสาวคงเพียงแค่เหนื่อยแล้วนั่งพักอยู่ริมข้างทาง  ถ้าเป็นเช่นนั้นชายหนุ่มพร้อมจะแบกเธอขึ้นหลังแล้วพาเธอเดินต่อไปด้วยกัน ...แต่ชายหนุ่มวิ่งย้อนกลับไปเท่าไรก็ไม่เจอ วิ่งจนเหนื่อย จนหมดแรง กระทั่งล้มลง และพบกับรอยเท้าของเขาและเธอที่เคยเดินผ่านเส้นทางนี้มาด้วยกัน

 

รอยเท้าที่พบทำให้ชายหนุ่มรับรู้ในทันทีว่า หญิงสาวอันเป็นที่รักเธอไม่อยู่แล้ว เธอเดินออกไปจากถนนชีวิตของชายหนุ่มแล้ว.. 

 

เวลานี้ชายหนุ่มไม่รู้ว่าหญิงสาวเดินอยู่บนถนนเส้นไหน เดินกับใคร..  แล้วถนนเส้นนั้นมันส่องสว่างกว่าเส้นทางที่ชายหนุ่มเคยพาร่วมเดินหรือไม่  ชายหนุ่มหมดแรงที่จะเดินต่อไป ได้แต่หวังว่า หญิงสาวจะกลับมาร่วมเดินบนถนนเส้นเดียวกันนี้อีก!!!

 

...ชายหนุ่มเฝ้าแต่คิดว่า มือที่เคยจับจูงในอดีตมันไม่มีอีกแล้ว  ช่วงเวลานี้ชายหนุ่มเหมือนคนเสียหลัก เสียการทรงตัว หากชายหนุ่มจะคว้ามือใครซักคนมายึดเพื่อประคองตัวเองให้เดินต่อไป ก็สามารถทำได้ 

 

แต่ชายหนุ่มคิดว่าการคว้ามือใครมาประคองเพื่อให้ตัวเองเดินต่อไปได้ในเวลานี้ ถึงวันหนึ่งที่ตัวเขาสามารถเดินได้เองโดยไม่ต้องพึ่งมือที่เข้ามาประคองคู่นั้น หรือความหวังอันสูงสุดของเขาเป็นจริง คือ หญิงสาวอันเป็นที่รักของเขากลับมาร่วมเดินในเส้นทางชีวิตของเขาอีก  ..เจ้าของมือที่ประคองคู่นั้นจะเป็นอย่างไร  เขาจะปล่อยให้เจ้าของมือผู้มีบุญคุณต้องเดินตามหลังไปบนถนนชีวิตของตัวเขาโดยไม่สนใจใยดีอย่างนั้นหรือ???

 

มันโหดร้ายไปรึเปล่า  ชายหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะไม่พึ่งมือที่ยื่นเข้ามาประคองของใครทั้งสิ้น  เขาตัดสินใจประคองตัวเองขึ้นเดินต่อไป เดินเพียงลำพังบนถนนชีวิตของตัวเขาเอง  ...แม้มันจะเหงาแค่ไหนก็ตาม  ชายหนุ่มพร้อมจะอดทน  ..ทนเพื่อรอหญิงสาวอันเป็นที่รักกลับมาโดยไม่มีใครต้องเจ็บเพิ่ม!

 

เสียรถยนต์วิ่งผ่านมาอีกรอบ บนถนนเส้นที่ชายหนุ่มนั่งเหม่อลอยมองดูแสงสลัวจากเสาไฟฟ้า ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ห้วงความคิดอีกครั้ง  และครั้งนี้เขาตัดสินใจไม่ปล่อยความคิดให้ลอยล่องไปอีกแล้ว

 

เขาดันตัวเองรุกขึ้นในจังหวะที่รถยนต์เริ่มใกล้เข้ามา แสงไฟหน้ารถที่ส่องสว่างกว่าไฟริมถนน สาดเขาใส่หน้าของชายหนุ่ม ทำให้ชายหนุ่มรับรู้ถึงความมีตัวตนของตัวเองมากยิ่งขึ้น

 

ชายหนุ่มตัดสินใจวิ่งตัดถนนไปยังอีกฝากฝั่ง ในจังหวะที่ความเร็วของรถยนต์เริ่มกระชั้นชิดเข้ามามากขึ้น และมาพร้อมๆ กันเสียงแตรอันยาวเหยียดดังลั่นถนน  ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่า เสียงแตรจากรถยนต์ครั้งนี้ดังกล่าวทุกครั้งที่เขาเคยได้ยิน มันเหมือนเป็นการเตือนสติให้รับรู้ถึงการดำรงชีวิตอยู่ของตัวเขาเองมากยิ่งขึ้น แตรจากรถยนต์ทำให้ชายหนุ่มยิ่งคิดถึงคุณค่าการมีอยู่ของชีวิต..

 

เขาไม่เคยคิดสั้น แต่ที่เขาทำไปเพียงต้องการกระตุ้นต่อมความคิดของตัวเอง เพื่อรับรู้ถึงคุณค่าของการมีอยู่ในชีวิต  และเขายังเชื่อมั่นว่าเธอผู้นั้นจะกลับมา หรืออย่างน้อยก็หวังว่า “เวลา” จะทำหน้าที่ที่ดีของมันในการเยียวยารักษาแผลใจ แม้วันนี้มันจะยังไม่ได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างดีพอก็ตาม!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

     Share

<< พาเพื่อนช็อปปิ้ง!ป่วยอีกแล้ว... เซ็งโว้ยยย! >>

Posted on Thu 6 Mar 2008 19:27

อาจะ อาจะ
อ้อมแอ้ม   
Thu 6 Mar 2008 20:15 [1]
 


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh